บทที่ 4 บทที่4

หลังจากเหล่าแม่บ้านสองนางมาช่วยแต่งตัวให้ผม ผมก็ยืนส่องกระจกดูความเรียบร้อยก่อนที่จะมองดูเวลาที่จอมือถือที่วางอยู่ข้างๆ แน่นอนว่าผมเรียนไม่ทันคาบแรกแน่ ก็ตอนนี้มันเก้าโมงแล้ว กว่าจะถึงก็คงสิบโมง มันน่าหงุดหงิดชะมัดเลย 

ทุกอย่างเรียบร้อยก็เดินลงมาที่ชั้นล่างของบ้าน ไม่รู้ว่าเฮียเซนต์จะให้ใครไปส่งผม ผมกวาดสายตามองหาคนรถหรือคนที่ต้องเชิญผมไปขึ้นรถ เหมือนที่บ้านผม แต่ปรากฏว่าไม่มีสักคน ทำไมการอยู่บ้านนี้มันยุ่งยากนักนะ

"แม่บ้าน ใครจะไปส่งชุนที่มหาลัย"

"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คุณเซนต์ไม่ได้บอกไว้"

"แล้วเฮียไปไหน"

"อยู่ห้องนั่งเล่นค่ะ"

เท่านั้นเลยครับผมหลับตาสูดอากาศเข้าลึกจนเต็มปอด แล้วเดินไปหาเฮียที่ห้องนั่งเล่น โดยมีแม่บ้านนำทางไป ก็ผมพึ่งมาอยู่ไม่รู้ว่ามุมไหนเป็นยังไง เมื่อเดินเข้ามาแล้วเห็นเฮียนั่งไถจอไอแพด ก็โพล่งเสียงขึ้นทันที

"เฮียเซนต์ ทำไมไม่จัดรถไปส่งชุนที่มหาลัย ใจคอจะให้นั่งรถประจำทางไปหรือไง"

คนที่นั่งไถไอแพดค่อยๆเหลือบสายตาขึ้นมองผม อย่างช้าๆแต่สีหน้าของเขามันนิ่งจนไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ จากนั้นเฮียก็ละสายตาออกจากหน้าจอ พร้อมกับเสียงพ่นล้มหายใจออกจากปากดังเฮือก พร้อมการวางไอแพดลงที่โต๊ะตัวเล็กด้านหน้า เอนแผ่นหลังลงไปแนบกับโซฟาตัวกว้าง แต่สายตาเฮียเซนต์ยังคงมองผมอยู่

"ปกติไปยังไง"

"ป๊าให้คนไปรับไปส่ง อีกอย่างนะไม่เห็นวุ่นวายเหมือนบ้านเฮียเลย"

"เหรอ?"

คำพูดพร้อมสีหน้าที่เรียบเฉยเหมือนไม่เป็นทุกข์เป็นร้อน กับการที่ผมต้องไปเรียนสายสักนิด ผมยืนจ้องหน้าเฮีย เราทั้งคู่สบตากันอยู่อย่างนั้นเพราะเฮียเซนต์ไม่ยอมสั่งลูกน้อง หรือใครสักคนที่ต้องไปส่งผม เมื่อเราทั้งคู่เงียบ เฮียก็พูดขึ้นอีกครั้ง

"เธอรู้ไหมทำไมฉันถึงอยากแต่งกับพี่ชายเธอ 1ชินเรียนจบแล้ว 2 ทำธุรกิจเป็น 3 ไม่โวยวาย มีข้อไหนที่เธอเหมือนพี่ชายบ้าง"

"มีสิ"

"อะไร?"

"อืม..." ผมเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย กรอกสายตาไปมาคิดอยู่อย่างนั้น อะไรที่ผมเหมือนพี่ชายเหรอ ทำไมผมต้องเหมือนเฮียชินด้วยล่ะยังไงผมก็ต้องเก่งกว่าเฮียชินอยู่แล้ว อีกอย่างนะ ผมไม่อยากบอกหรอก เรื่องอะไรที่ผมต้องบอกละ จริงไหม

"ทำไมชุนต้องบอกเฮียละ เรื่องที่เหมือนมีอยู่แล้ว อีกอย่างนะบางเรื่องชุนเก่งกว่าเฮียชินด้วย"

ผมตอบไปส่งๆ แต่ดูเหมือนคนที่หน้านิ่งทำหน้าดุอยู่ เหมือนจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แต่ผมก็ไม่สนใจหรอกนะ เพราะสิ่งที่ห่วงคือการเรียน

"สรุป จะมีใครไปส่งชุนไหม หากไม่มีชุนจะโทรให้ป๊าส่งรถมารับ"

ผมพูดจบเสียงเข้มของเฮียก็โพล่งขึ้น

"อาเหมา จัดรถไปส่งคุณหนูสามที่มหาลัย"

"เชอะ ก็แค่นั้น"

ผมมาถึงที่มหาลัยตามคาด โดยเฮียเซนต์จัดรถหรูRolls Royce มีพลขับที่วางใจได้มาขับให้นั่ง โดยปกติที่บ้านผมใช้รถหรูทั่วไปไม่ได้จัดเว่อเหมือนเฮียขนาดนี้ แต่ก็เอาเถอะคงจะเว่อเหมือนตัวเขานั่นแหละ

พอมาถึงที่คณะคนรถก็มาเปิดประตูให้ผม เพียงที่เท้าผมแตะพื้นทุกสายตาก็หันมามองผมเป็นตาเดียว แปลกตรงไหนนี่ผมคุณหนูสามแห่งตระกูลม่าเชียวนะ

"ชุน นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว" คนที่วิ่งหน้าตั้งเมื่อเห็นผมก้าวลงรถก็คือจางลี่

"ทำไมจะไม่มา เมื่อเช้าไม่มีคนปลุกก็เลยตื่นสายต่างหาก"

"เหรอนึกว่า ทำอะไรจนดึกแล้วลุกไม่ขึ้น"

"ทำอะไร?" แน่นอนว่าตอนนี้ต้องมุ่นคิ้วเพราะความสงสัย คำถามของจางลี่มันหมายความว่าอะไร ยังไม่ทันที่ผมจะถามกลับ จางลี่ก็พูดขึ้นอีกครั้ง

"เขารู้กันทั้งมหาลัยเลยนะเรื่องการแต่งงานเมื่อวานของชุนกับนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อคนนั้น ทำไมไม่เป็นเราบ้างแค่เห็นเขาในทีวีเราว่าเขาหล่อมากเลยนะ ตอนถอดเสื้อผ้าคงจะ..."

"หยุด...!"

ต้องเบรกลากล้อแทบไม่ทัน ก็จางลี่เธอทั้งพูดทั้งบิดตัวม้วนไปม้วนมา เท่านั้นผมก็รู้ว่าเธอคิดอะไร มิน่าล่ะคนมองผมเป็นตาเดียว

"คือเราไม่ได้ แบบว่าแต่งงานแบบนั้น คือ..." ไม่รู้ว่าผมต้องพูดหรืออธิบายยังไงว่าต้องเข้าพิธีแทนพี่ชายที่หายไป หากพูดความจริงละก็มีหวังเป็นข่าวดัง แต่ก็ช่างเถอะ ผมลืมไปเลยว่าคนที่ผมแต่งด้วยเป็นระดับมาเฟียที่ใครๆก็รู้จัก

"จางลี่ ห้ามเธอพูดเรื่องแต่งงานอีกรู้ไหม เรายังเป็นนักศึกษาต้องเคารพสถานที่สิ"

"จริงด้วย"

"ดังนั้นเวลาเรียนห้ามพูดถึงเรื่องแต่งงาน ไม่ใช่สิเวลาที่เราอยู่ด้วยกันกับกลุ่มเพื่อนเธอห้ามพูดเด็ดขาด"

"ก็ได้"

ผมต้องบอกเพื่อนไปแบบนั้นเพราะไม่อยากเอาชีวิตที่เรียกว่าสามีมาแขวนที่คอ ผมยังโสดยังซิง อย่างน้อยๆเรื่องความรักก็น่าจะให้ผมเลือกเองบ้าง ป๊านะป๊าใจร้ายชะมัด

วันนี้ทั้งวันต้องบอกเลยว่าเป็นสัปดาห์ที่สอง ที่ผมไม่มีความสุขกับการมาเรียนเลย เพราะหลายสายตามองผมตลอด มองเสร็จก็หันไปซุบซิบกัน ผมรู้สึกว่าตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายคนจนไม่มีความสุข 

ในเมื่อในหัวมันเริ่มคิดไปต่างๆนานา สิ่งที่ผมคิดนะเหรอ เพื่อนต้องมองว่าไอ้มาเฟียหน้าดุเจาะไข่แดงผมแล้ว หรือไม่ก็ต้องมองว่าผมใจแตกตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ หรือเพราะเฮียเซนต์เป็นคนดัง สุดท้ายสิ่งที่เยียวยาผมได้คือการโทรหาเฮียซี

โทรศัพท์

"เฮียซี ชุนไม่ไหวแล้ว เฮียรู้ไหมวันนี้ชุนมาเรียนเพื่อนที่มหาลัยมองชุนกันใหญ่ เขาต้องนินทาที่ชุนแต่งงานแน่เลย แล้วป๊าตามหาเฮียชินเจอหรือยัง ชุนไม่อยากถูกคนมองแบบนี้"

(ใจเย็นๆสิ การมีแฟนมันเป็นเรื่องธรรมชาตินะชุน ที่เขามอง เขาอาจจะอิจฉาชุนอยู่ก็ได้ เฮียเซนต์ทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนั้นใครๆก็อยากได้เป็นแฟน อีกอย่างนะแม้ว่าจะเจอชินแล้วชุนก็ต้องอยู่กับเฮียเซนต์เหมือนเดิม ป๊ายกชุนให้เฮียไปแล้วนะ)

"ป๊าใจร้าย ป๊าไม่เคยถามชุนเลยว่าชุนอยากได้เฮียไหม หน้าดุเหมือนจระเข้ขนาดนั้นใครเขาอยากได้กัน"

(ไปว่าสามีแบบนั้นได้ยังไง ไม่ดีนะรู้ไหม ว่าแต่เมื่อคืน...)

"เฮียจะพูดอะไร เมื่อคืนเรานอนแยก แค่นี้นะ"

ตืดๆๆๆๆ

ผมกดวางสายทันที ผมรู้ว่าเฮียซีจะถามอะไร แค่คิดว่าจะต้องนอนกับเฮียผมก็ขนลุกแล้ว ผมไม่ยอมให้เฮียเซนต์ทำแบบนั้นเด็ดขาด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป